ไต้ฝุ่น "เกย์"
|
หากกล่าวถึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ ประเทศไทยถือว่าประสบกับภัยธรรมชาติรุนแรงน้อยกว่าหลาย ๆ ประเทศ เนื่องจากตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างได้เปรียบ มักจะรอดพ้นจากภัยธรรมชาติครั้งใหญ่อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะภัยจากพายุ เนื่องจากมีกำแพงธรรมชาติล้อมรอบ พายุจะลดกำลังลงก่อนเคลื่อนผ่าน อีกทั้งตั้งอยู่ในจุดที่การก่อตัวของพายุเกิดขึ้นได้ยาก จากข้อมูลสถิติการเกิดพายุตั้งแตปี 2528 ถึงปี 2548 โดย The Joint Typhoon Warning Center (JTWC) แสดงให้เห็นว่ามีพายุเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาในประเทศไทยค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพายุที่มีความรุนแรงในระดับไต้ฝุ่น .............. ยกเว้น พายุไต้ฝุ่น "เกย์" (GAY)
ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2532 มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นที่บริเวณปลายแหลมญวน ชายฝั่งประเทศเวียดนาม และเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทย ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก หย่อมความกดอากาศต่ำนี้ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นดีเปรสชัน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2532 บริเวณตอนใต้ของอ่าวไทย และทวีกำลังแรงต่อเนื่องเป็นพายุโซนร้อนในเวลาต่อมา โดยถูกตั้งชื่อเรียกว่าพายุโซนร้อน “เกย์” ซึ่งยังคงทวีกำลังแรงขึ้นอีกจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ต่อมาพายุไต้ฝุ่น “เกย์” ได้ทวีกำลังแรงขึ้น โดยมีอัตราเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุถึง 100 นอต หรือประมาณ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วของพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่บริเวณรอยต่อระหว่าง อ.ปะทิว กับ อ.ท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในตอนเช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. แล้วเคลื่อนผ่านลงทะเลอันดามันในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2532 ต่อไปยังมหาสมุทรอินเดียเหนือและถูกเปลี่ยนชื่อเป็นพายุไซโคลน KAVALI หลังจากนั้นได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 ก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งไปยังรัฐอานธรประเทศ รัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศอินเดีย แล้วสลายตัวไปบริเวณเหนือเทือกเขากัตส์ตะวันตก เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2532
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย พายุไต้ฝุ่น "เกย์" ส่งผลทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ที่ อ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.ท่าแซะ อ.ปะทิว จ.ชุมพร และจังหวัดใกล้เคียงตามแนวชายฝั่งอ่าวไทย รวมถึงจังหวัดตามแนวชายฝั่งทะเลตะวันออก มีผู้เสียชีวิตถึง 446 คน บาดเจ็บ 154 คน สูญหายมากกว่า 400 คน บ้านเรือน เสียหาย 38,002 หลัง ประชาชนเดือดร้อน 153,472 คน เรือกสวนไร่นาเสียหายมากกว่า 9 แสนไร่ เรือประมงจมลงสู่ใต้ท้องทะเลประมาณ 500 ลำ ศพลูกเรือลอยเกลื่อนทะเล และสูญหายไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพายุลูกนี้ได้เคลื่อนตัวผ่านฐานขุดเจาะน้ำมันของบริษัทยูโนแคล ที่ตั้งอยู่ในอ่าวไทย ทำให้เรือขุดเจาะชื่อ “ซีเครสต์” (Sea Crest) พลิกคว่ำ มีเจ้าหน้าที่ประจำเรือเสียชีวิต 91 คน รวมมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 537 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 11,257,265,265 บาท นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับปะการังนอกชายฝั่งประเทศไทย พายุไต้ฝุ่นเกย์ถือเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยมากที่สุด นับตั้งแต่พายุโซนร้อนแฮเรียตถล่มแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2505 (ที่มา : สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน /วิกิพีเดีย)
ทำไม พายุไต้ฝุ่น "เกย์" (GAY) จึงเป็นพายุลูกประวัติศาสตร์ ?
1. เป็นพายุลูกแรกและลูกเดียว (ตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลจนถึงปี 2561) ที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในขณะที่เป็นพายุไต้ฝุ่น
2. เป็นพายุไต้ฝุ่นลูกแรกและลูกเดียวก็ก่อตัวขึ้นในบริเวณอ่าวไทย ซึ่งเป็นอ่าวที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่แคบ รวมทั้งยังอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร การก่อตัวของพายุไต้ฝุ่นเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากการทวีกำลังแรงขึ้นอย่างกะทันหันในพื้นที่ดังกล่าว จะต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน อุณหภูมิของน้ำทะเลจะต้องใกล้เคียงหรือมากกว่า 30 °C ซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างอุ่น อีกทั้งช่วงความอุ่นของน้ำทะเลจะต้องอุ่นลึกลงไปมากพอที่คลื่นของน้ำที่เย็นกว่าจะไม่เข้ามาแทรกอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งอ่าวไทยเป็นอ่าวน้ำตื้น ต่างกับทะเลฟิลิปินส์ที่จะเกิดพายุได้ง่ายกว่า ส่วนลมเฉือนจะต้องมีกำลังน้อย เพราะหากเมื่อลมเฉือนมีกำลังมาก การพาความร้อน และการหมุนเวียนในพายุหมุนจะถูกทำให้กระจาย และส่งผลให้ทวีกำลังไม่สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น การพัฒนาตัวเป็นพายุไต้ฝุ่นจึงเป็นไปได้ยาก
3. เป็นพายุ 2 มหาสมุทร ในขณะที่เคลื่อนตัวอยู่บริเวณอ่าวไทย (ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก) ถูกตั้งชื่อว่า พายุไต้ฝุ่น "เกย์ (GAY) ซึ่งมีความแรงสูงสุดในเกณฑ์ ไต้ฝุ่นระดับ 3 หลังจากเคลื่อนผ่านภาคใต้ของไทยลงสู่ทะเลอันดามันและเคลื่อนตัวต่อไปยังมหาสมุทรอินเดีย ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเรียกเป็นพายุไซโคลน Kavali ซึ่งความแรงสูงสุดในเกณฑ์ ซุปเปอร์ใต้ฝุ่นระดับ 5
4. เป็นไต้ฝุ่นกำลังแรงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าไต้ฝุ่นลูกอื่น ๆ ที่มีกำลังแรงเท่ากัน
5. เป็นพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดขณะขึ้นฝั่งเท่าที่เคยมีมาในคาบสมุทรมลายู
รวบรวมเนื้อหาประกอบจาก :
1.วารสารอุตุนิยมวิทยา ปีที่ 14 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม-เมษายน 2557
2.สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
3.วิกิพีเดีย
ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2532 มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นบริเวณปลายแหลมญวน ซึ่งต่อมาได้เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันที่บริเวณอ่าวไทยตอนล่างในช่วงเช้าของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2532 เวลาประมาณ 07.00 น. หลังจากนั้นได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในช่วงเช้าของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2532 และถูกตั้งชื่อว่า พายุโซนร้อน "เกย์" (GAY) โดยพายุลูกนี้ยังคงเคลื่อนตัวต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือแล้วทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น ระดับ 1 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2532 เวลาประมาณ 07.00 น. หลังจากนั้นในช่วงค่ำของวันเดียวกัน พายุไต้ฝุ่น "เกย์" ได้เพิ่มกำลังแรงต่อเนื่องเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 โดยมีทิศทางมุ่งตรงไปยังชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากนั้นในเช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 เวลาประมาณ 07.00 น. ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 โดยมีอัตราเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางถึง 100 นอต และมีทิศทางการเคลื่อนตัวเลื่อนตัวลงมาทางทิศใต้เล็กน้อย มุ่งตรงขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่าง อำเภอปะทิวกับอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกัน หลังจากนั้นได้เคลื่อนตัวต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย พร้อมลดกำลังลงอย่างรวดเร็ว จนเหลือความแรงของพายุอยู่ในระดับ 1 ในช่วงค่ำของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 หลังจากนั้นได้เคลื่อนตัวต่อเนื่องมุ่งลงสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งโดยปกติการเคลื่อนตัวลงทะเลจะทำให้พายุมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งพายุไต้ฝุ่น "เกย์" ได้เพิ่มกำลังขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 อีกครั้ง ในช่วงเช้าของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2532 และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากเป็นการเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทร พายุไต้ฝุ่น "เกย์" จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นพายุไซโคลน KAVALI ที่ยังคงเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่องและเพิ่มกำลังขึ้นเป็นพายุไซโคลน ระดับ 3 ในเช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน 2532 และต่อมาได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นไซโคลนระดับที่ 4 ในคืนวันเดียวกัน หลังจากนั้นพายุดังกล่าวได้เพิ่มความแรงเป็นไซโคลน ระดับ 5 ในคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2532 พร้อมเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งไปถล่มรัฐอานธรประเทศ รัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศอินเดีย และได้ลดระดับลงเป็นพายุไซโคลนระดับ 2 อย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้าของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 และลดกำลังลงอย่างต่อเนื่องเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชัน ตามลำดับ ภายในวันเดียวกัน แล้วสลายตัวไปในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2532 รวมระยะเวลาการเดินทางของพายุ "เกย์" และ "KAVALI" ทั้งหมด 10 วัน
![]() |
![]() |
adv |
date/time |
latitude |
longitude |
wind |
pressure |
status |
1 |
11/01/00Z | 7.1 | 103.7 | 25 | 1008 | TROPICAL DEPRESSION |
2 |
11/01/06Z | 7.7 | 103.1 | 25 | 1006 | TROPICAL DEPRESSION |
3 |
11/01/12Z | 8 | 102.6 | 25 | 1006 | TROPICAL DEPRESSION |
4 |
11/01/18Z | 8.1 | 102.4 | 30 | 1004 | TROPICAL DEPRESSION |
5 |
11/02/00Z | 8.2 | 102.2 | 35 | 1002 | TROPICAL STORM |
6 |
11/02/06Z | 8.3 | 102 | 35 | 994 | TROPICAL STORM |
7 |
11/02/12Z | 8.7 | 101.9 | 35 | 994 | TROPICAL STORM |
8 |
11/02/18Z | 9.1 | 101.8 | 45 | 992 | TROPICAL STORM |
9 |
11/03/00Z | 9.3 | 101.5 | 65 | 990 | TYPHOON-1 |
10 |
11/03/06Z | 9.8 | 101.2 | 75 | 980 | TYPHOON-1 |
11 |
11/03/12Z | 10.2 | 100.8 | 90 | 975 | TYPHOON-2 |
12 |
11/03/18Z | 10.4 | 100.3 | 95 | 970 | TYPHOON-2 |
13 |
11/04/00Z | 10.5 | 99.9 | 100 | 960 | TYPHOON-3 |
14 |
11/04/06Z | 10.7 | 99.2 | 100 | 970 | TYPHOON-3 |
15 |
11/04/12Z | 11.2 | 98.3 | 65 | 975 | TYPHOON-1 |
16 |
11/04/18Z | 11.3 | 97.5 | 75 | n/a | TYPHOON-1 |
17 |
11/05/00Z | 11.4 | 96.8 | 85 | n/a | TYPHOON-2 |
18 |
11/05/06Z | 11.7 | 95.9 | 90 | n/a | TYPHOON-2 |
19 |
11/05/12Z | 12 | 94.8 | 95 | n/a | TYPHOON-2 |
20 |
11/05/18Z | 12.2 | 93.8 | 95 | n/a | TYPHOON-2 |
21 |
11/06/00Z | 12.4 | 92.6 | 95 | n/a | TYPHOON-2 |
22 |
11/06/06Z | 13 | 91.4 | 95 | n/a | TYPHOON-2 |
23 |
11/06/12Z | 13.4 | 90.2 | 95 | n/a | TYPHOON-2 |
24 |
11/06/18Z | 13.7 | 89.1 | 95 | n/a | TYPHOON-2 |
25 |
11/07/00Z | 13.9 | 88.1 | 100 | n/a | TYPHOON-3 |
26 |
11/07/06Z | 14.2 | 87.1 | 105 | n/a | TYPHOON-3 |
27 |
11/07/12Z | 14.5 | 86.1 | 110 | n/a | TYPHOON-3 |
28 |
11/07/18Z | 14.6 | 85 | 115 | n/a | TYPHOON-4 |
29 |
11/08/00Z | 14.6 | 83.8 | 120 | n/a | TYPHOON-4 |
30 |
11/08/06Z | 14.6 | 82.6 | 130 | n/a | TYPHOON-4 |
31 |
11/08/12Z | 14.7 | 81.5 | 135 | n/a | SUPER TYPHOON-4 |
32 |
11/08/18Z | 14.8 | 80.4 | 140 | n/a | SUPER TYPHOON-5 |
33 |
11/09/00Z | 15.1 | 79.1 | 90 | n/a | TYPHOON-2 |
34 |
11/09/06Z | 15.4 | 77.7 | 45 | n/a | TROPICAL STORM |
35 |
11/09/12Z | 15.8 | 76.5 | 35 | n/a | TROPICAL STORM |
36 |
11/09/18Z | 16.6 | 75.5 | 25 | n/a | TROPICAL DEPRESSION |
37 |
11/10/00Z | 17.6 | 74.6 | 20 | n/a | TROPICAL DEPRESSION |
38 |
11/10/06Z | 18.1 | 74 | 15 | n/a | TROPICAL DEPRESSION |
![]() 3/11/2532 |
![]() 4/11/2532 |
![]() 8/11/2532 |
วีดีโอแสดงการเคลื่อนที่ของกลุ่มเมฆตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2532
ภาพถ่ายดาวเทียมจาก www.digital-typhoon.org แสดงให้เห็นถึงการก่อตัวของกลุ่มเมฆที่เกิดจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น "เกย์" ซึ่งพบว่าตั้งแต่วันที่ 28-30 ตุลาคม 2532 มีกลุ่มเมฆค่อนข้างหนากระจายตัวปกคลุมบริเวณภาคใต้และอ่าวไทยเป็นหย่อม ๆ และเริ่มมองเห็นการรวมตัวของกลุ่มเมฆอย่างชัดเจนในวันที่ 31 ตุลาคม 2532 โดยกลุ่มเมฆหนาที่รวมตัวกันจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น "เกย์" ได้แผ่ปกคลุมบริเวณภาคใต้และอ่าวไทยไปจนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2532 หลังจากนั้นกลุ่มเมฆหนาดังกล่าวได้เคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2532 และเคลื่อนตัวต่อเนื่องผ่านอ่าวแบงกอล และขึ้นฝั่งที่ประเทศอินเดีย ก่อนกลุ่มเมฆดังกล่าวจะสลายตัวเบาบางลงในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2532
source : www.digital-typhoon.org
พายุ "เกย์" เริ่มก่อตัวเป็นดีเปรสชัน ด้วยความเร็วลม 25 นอต และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนถึงระดับ 100 นอต ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 ความแรงอยู่ในเกณฑ์ไต้ฝุ่น ระดับ 3 และหลังจากนั้นความเร็วลมลดลงอย่างรวดเร็วเหลือ 65 นอต ในช่วงค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 และความเร็วลมได้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังพายุเคลื่อนตัวลงมหาสมุทรอินเดีย โดยมีความเร็วลมสูงสุดที่ 140 นอต ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 หลังจากนั้นความเร็วลมลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพราะพายุได้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศอินเดีย และสลายตัวไปในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2532
source : weather.unisys.com
ปริมาณฝน
สถานี |
ตุลาคม |
พฤศจิกายน |
รวม |
|||||||
28 |
29 |
30 |
31 |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
||
560301-พัทลุง สกษ. จ.พัทลุง |
14.4 |
0.8 |
34.5 |
20.7 |
33.7 |
5.9 |
0 |
0 |
0.3 |
110.3 |
561201-ตะกั่วป่า จ.พังงา |
22.1 |
47.8 |
45.3 |
37.7 |
0 |
0 |
0 |
4 |
0 |
156.9 |
564201-ภูเก็ต จ.ภูเก็ต |
1.6 |
10.1 |
0 |
1.6 |
0 |
0 |
0 |
0 |
11.6 |
24.9 |
564202-ภูเก็ต (ศูนย์ฯ) จ.ภูเก็ต |
1.2 |
1.9 |
6 |
3.9 |
0.8 |
0 |
0 |
0 |
0.3 |
14.1 |
566201-เกาะลันตา จ.กระบี่ |
32.7 |
83.4 |
0 |
0.5 |
43.2 |
0 |
0 |
0 |
0 |
159.8 |
567201-ตรัง จ.ตรัง |
52.4 |
21.1 |
4 |
0 |
0 |
0.1 |
0 |
0 |
0.3 |
77.9 |
568301-คอหงษ์ สกษ. จ.สงขลา |
6.9 |
0 |
- |
33.5 |
23.9 |
16.1 |
0 |
0 |
0 |
80.4 |
568501-สงขลา จ.สงขลา |
15.6 |
0 |
0.3 |
45.9 |
77.4 |
25.3 |
0 |
0 |
0.1 |
164.6 |
568502-หาดใหญ่ จ.สงขลา |
19.2 |
8.6 |
0.8 |
7.5 |
13.1 |
10.9 |
0 |
0 |
0.3 |
60.4 |
570201-สตูล จ.สตูล |
40.4 |
40.6 |
43.6 |
0 |
0 |
7.2 |
9.3 |
1.1 |
0.6 |
142.8 |
580201-ปัตตานี จ.ปัตตานี |
68.7 |
1 |
0 |
27.9 |
112.2 |
27.5 |
1.5 |
13 |
0 |
251.8 |
581301-ยะลา สกษ. จ.ยะลา |
7.1 |
2.4 |
2.2 |
6.9 |
32.3 |
18.1 |
0 |
0 |
2.6 |
71.6 |
583201-นราธิวาส จ.นราธิวาส |
6.1 |
8.2 |
11.7 |
30.3 |
35 |
9.7 |
3.6 |
0 |
0.2 |
104.8 |
465201-เพชรบุรี จ.เพชรบุรี |
11.7 |
53.8 |
0.1 |
0 |
0 |
1.3 |
29.5 |
14 |
31.4 |
141.8 |
500201-ประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ |
0 |
14.6 |
0 |
0 |
0 |
0.5 |
50 |
120.9 |
3.8 |
189.8 |
500202-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ |
6.5 |
15.6 |
0 |
0 |
0.1 |
16.7 |
11.7 |
27.1 |
2.4 |
80.1 |
500301-หนองพลับ สกษ. จ.ประจวบคีรีขันธ์ |
2 |
6.9 |
3.4 |
T |
0 |
0.5 |
9.4 |
71.8 |
1.1 |
95.1 |
517201-ชุมพร จ.ชุมพร |
0 |
0 |
0 |
10.2 |
50.1 |
1.6 |
28.9 |
88.8 |
3.2 |
182.8 |
517301-สวี สกษ. จ.ชุมพร |
0 |
0 |
0 |
3.1 |
29.4 |
7.6 |
31.6 |
50.9 |
5.2 |
127.8 |
532201-ระนอง จ.ระนอง |
0.2 |
11.3 |
5.5 |
0 |
1.5 |
0 |
79 |
42.1 |
1.7 |
141.3 |
551201-สุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี |
0 |
0.9 |
0.4 |
2.3 |
31.1 |
22 |
15.9 |
2.2 |
0 |
74.8 |
551202-สถานีตรวจอากาศสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี |
20.2 |
0 |
0 |
0 |
41.3 |
16.3 |
4.1 |
3.3 |
0 |
85.2 |
551203-เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี |
0 |
0 |
0.3 |
25.6 |
29 |
69.9 |
74.5 |
1.3 |
1.8 |
202.4 |
552201-นครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช |
7.5 |
0 |
15.5 |
12.2 |
25.4 |
28.7 |
2.8 |
0 |
8.5 |
100.6 |
552301-นครศรีธรรมราช สกษ. จ.นครศรีธรรมราช |
5 |
5.3 |
10.9 |
10 |
38 |
22.3 |
1 |
35 |
14.3 |
141.8 |
* หมายเหตุ
เกณฑ์ปริมาณฝนที่ตกภายใน 24 ชั่วโมง ตามมาตรฐานของกรมอุตุนิยมวิทยา
ฝนตกเล็กน้อย (Light Rain) : 0.1-10.0 มิลลิเมตร
ฝนตกปานกลาง (Moderate Rain) : 10.1-35.0 มิลลิเมตร
ฝนตกหนัก (Heavy Rain) : 35.1-90.0 มิลลิเมตร
ฝนตกหนักมาก (Very Heavy Rain) : ตั้งแต่ 90.0 มิลลิเมตร ขึ้นไป
![]() เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี |
![]() เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี |
วันนี้ในอดีต 4 พฤศจิกายน 2532 : พายุ “เกย์” ถล่มจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
ที่มา : SILPA-MAG.COM ฐานข้อมูลภาพมติชน
พายุไต้ฝุ่น “เกย์” ซึ่งเดิมเป็นพายุหมุนเขตร้อน ที่ก่อตัวในบริเวณตอนใต้ของอ่าวไทย ได้ทวีกำลังแรงเป็นพายุไต้ฝุ่น ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่บริเวณรอยต่อระหว่าง อำเภอปะทิวกับอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิต และเกิดความเสียหายอย่างมากในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อจังหวัดใกล้เคียงตามชายฝั่งอ่าวไทย ตลอดจนจังหวัดตามชายฝั่งทะเลตะวันออก มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน สูญหายกว่า 400 คน ทรัพย์สินของทางราชการและเอกชนเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เรือประมงจมลงสู่ใต้ท้องทะเลประมาณ 500 ลำ นับเป็นการสูญเสียจากพายุไต้ฝุ่นครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (ข้อมูลจาก โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)