|
"ฝนที่ตกหนักด้านตะวันตกของประเทศ ช่วยเติมน้ำลงเขื่อนวชิราลงกรณ 870 ล้าน ลบ.ม."
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของประเทศที่เป็นด้านรับลมมรสุม ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่ พาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน “นาร์รา” บริเวณอ่างตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงมีกำลังแรง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด จากเหตุการณ์นี้ทำให้มีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสม ในช่วงวันที่ 25 - 31 ส.ค. 69 อยู่ที่ 870 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีน้ำไหลลงเขื่อนสูงถึง 158.6 ล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 30 ส.ค. 69 และ 160.73 ล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 31 ส.ค. 69
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2026 เวลา 10:32 น. |
|
|
“น่านวิกฤต! ฝน 3 ชั่วโมงพุ่งเกือบ 250 มม. ท่วมขังกว่า 1.7 หมื่นไร่ ความเสียหายเบื้องต้นพุ่ง 500 ล้านบาท เติมน้ำเข้าเขื่อนสิริกิติ์กว่า 575 ล้าน ลบ.ม.”
- ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 69 มีฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำน่าน อ.ปัว จ.น่าน จากข้อมูลสถานีโทรมาตร ชุมชมบ้านร้องแง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในวันที่ 19 ส.ค. 69 พบว่า ตั้งแต่ 04.00-06.00 น. มีฝนรายชั่วโมงสูงถึง 75.8 มม. 111.8 มม. และ 58.6 มม. ติดต่อกัน 3 ชั่วโมงเกือบ 250 มม. ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ โดยเฉพาะ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง และมวลน้ำจากต้นน้ำนี้ทำให้ อ.เมือง อ.เวียงสา มีระดับน้ำที่ล้นตลิ่งและพื้นที่ราบลุ่มหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ฝนระลอกนี้ทำให้มีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เป็น 1 ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสม ในช่วงวันที่ 18 - 24 ส.ค. อยู่ที่ 575 ล้าน ลบ.ม
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2026 เวลา 12:10 น. |
|
ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมีพายุโซนร้อนกำลังแรง “ดอลฟิน” บริเวณประเทศจีน พายุโซนร้อน“จันหอม” พายุโซนร้อน "เผย์โหล่ว” และพายุโซนร้อน “นังกา” ทำให้ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะด้านรับมรสุมด้านตะวันตกของประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2026 เวลา 10:59 น. |
|
“ประเทศไทยฝนตกต่อเนื่องช่วยเติมน้ำลงเขื่อน น้ำน่าน น้ำยมล้นตลิ่ง แม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นกระทบพื้นที่ริมโขงอีสาน”
- สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของร่องมรสุม และการเหนี่ยวนำจากพายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดน่าน พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม จากฝนที่ตกลงมาทำให้ประเทศไทยมีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสม ในช่วงวันที่ 4 - 10 ส.ค. 69 อยู่ที่ 493 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีน้ำไหลลงเขื่อนสูงถึง 146.37 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 10 ส.ค. 69 ถือว่าเป็นมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ได้มาเติมลงในเขื่อนนับตั้งแต่ต้นปี 69 นอกจาก พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังมี พายุ “คูจิระ” “จันหอม” และ “เผ่ย์โหล่ว” ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่มีการทวีกำลังของพายุบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกถึง 4 ลูก
เกร็ดเล็กน่ารู้ : พายุ “เผ่ย์โหล่ว” เกิดจากการที่พายุ “คูจิระ” ที่อ่อนกำลังลงไปจากการที่ถูกพายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ดึงดูดเข้าหาจากปรากฏการณ์ฟูจิวาระ (Fujiwhara Effect) แต่หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงไปได้กลับมาทวีกำลังแรงขึ้นถึงในระดับพายุโซนร้อนอีกครั้ง จึงได้ชื่อพายุตามลำดับว่า “เผ่ย์โหล่ว” (Peilou) ในวันที่ 10 ส.ค. 69
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2026 เวลา 13:47 น. |
|
“ภาคเหนือฝนตกต่อเนื่อง ช่วยเติมน้ำลงเขื่อนสิริกิติ์”
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประเทศลาว ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี ระนอง จันทบุรี และขอนแก่น นอกจากนี้ทำให้มีน้ำไหลลงเขื่อนภาคเหนือสะสม ในช่วงวันที่ 30 ก.ค. - 2 ส.ค. 69 สูงถึง 306 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสม สูงสุด 55 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงวันที่ 30 ก.ค. - 1 ส.ค. 69
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 06 สิงหาคม 2026 เวลา 14:22 น. |
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 1 จาก 93 |